
กฤติยา กาวีวงศ์ คิวเรเตอร์ผู้ปลุกกระแสศิลปะทางเลือก และงานทดลองสะท้อนสังคม
- กฤติยา กาวีวงศ์ เป็นหนึ่งในคิวเรเตอร์หรือภัณฑารักษ์รุ่นบุกเบิกผู้มีส่วนสำคัญในการปลุกกระแสพื้นที่ศิลปะทางเลือกในยุค 90s ด้วยการจัดตั้ง Project 304 ในช่วงปี 2539-2546
- ล่าสุดทางองค์กรไม่แสวงผลกำไร Asia Art Archive ได้รวบรวมคลังข้อมูลของ Project 304 ในรูปแบบออนไลน์ให้ผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
- โปรเจกต์ศิลปะสำคัญในปี 2568 ที่กฤติยารับหน้าที่คิวเรเตอร์คือนิทรรศการเปิด Almaty Museum of Arts ที่ประเทศคาซักสถาน และ Cheongju Craft Biennale ที่ประเทศเกาหลีใต้
กฤติยา กาวีวงศ์ เป็นหนึ่งในคิวเรเตอร์หรือภัณฑารักษ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกการันตีจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการและหัวหน้าภัณฑารักษ์ประจำหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson Art Center) และผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 และล่าสุดกับรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่คิวเรเตอร์ผู้มีวิสัยทัศน์และทุ่มเทในการพัฒนาวงการศิลปะคือ รางวัล Audrey Irmas Award for Curatorial Excellence 2025 จาก The Center for Curatorial Studies, Bard College แห่งนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยกฤติยาเป็นคิวเรเตอร์ชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ซึ่งจะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่นิวยอร์ก
“ทางผู้ให้รางวัลเขาส่งอีเมลมาว่าจะมอบรางวัลนี้ให้และถามว่าอยากจะรับไหม” กฤติยากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เรารู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะเป็นชาวเอเชียคนแรกและตัวเราเองตลอดชีวิตการทำงานก็ได้ร่วมงานกับศิลปินเอเชียเยอะมาก”

รางวัล Audrey Irmas Award for Curatorial Excellence ก่อตั้งในปี 2541 และผู้ที่ได้รางวัลจะได้รับเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 25,000 USD หรือประมาณ 840,000 บาท และผู้ที่เคยได้รับรางวัลนี้ในปีก่อนๆ เช่น Harald Szeemann (ปี 2541) Hans Ulrich Obrist (ปี 2554) และ Manuel Borja-Villel (ปี 2567)

กฤติยาเป็นหนึ่งในคิวเรเตอร์รุ่นบุกเบิกและมีส่วนสำคัญในการปลุกกระแสพื้นที่ ศิลปะทางเลือก (Alternative Space) ในยุค 90s ด้วยการจัดตั้ง Project 304 ใน พ.ศ.2539 ร่วมกับกลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้าในยุคนั้น อาทิ มณเฑียร บุญมา, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ชาติชาย ปุยเปีย, ไมเคิล เชาวนาศัย และ กมล เผ่าสวัสดิ์ ด้วยการใช้ห้องพักเก่าของกฤติยา หมายเลข 304 ขนาด 60 ตารางเมตรในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านสามเสน กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่แสดงผลงานศิลปะในลักษณะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและจัดแสดงงานศิลปะที่ไม่มีข้อจำกัดในแนวคิดและเทคนิคตั้งแต่ศิลปะจัดวาง วีดิโออาร์ต สื่อผสม ศิลปะการแสดงสด และภาพยนตร์แนวทดลอง
นิทรรศการแรกของ Project 304 ในชื่อ Hidden Agenda ในปี 2539 ยังเป็นผลงานแรกที่กฤติยารับหน้าที่คิวเรเตอร์ด้วยการนำเสนอศิลปะหลายแขนงของศิลปิน 6 คน คือ สุรสีห์ กุศลวงศ์, นที อุตฤทธิ์, ไมเคิล เชาวนาศัย, มงคล แย้มมณี, ศจีทิพย์ นิ่มวิจิตร และ จิตติ เกษมกิจวัฒนา ที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับสังคมไทยในกระแสโลกาภิวัตน์

การก่อตั้ง Project 304 ถือเป็นการต่อยอดวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในหัวข้อ “An Alternative Space for the Arts in Thailand: Assessing the Feasibility” ขณะที่เธอเรียนด้านการจัดการบริหารศิลปะที่ The School of the Art Institute of Chicago สหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการสร้างพื้นที่ศิลปะทางเลือกในประเทศไทย และตลอดระยะเวลา 7 ปี และกว่า 50 นิทรรศการในพื้นที่เล็กๆ ของ Project 304 ได้สร้างแรงกระเพื่อมในวงการศิลปะร่วมสมัยในการแสวงหาพื้นที่ใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับชุมชนนอกเหนือไปจากพื้นที่ศิลปะกระแสหลัก และสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนอกกรอบที่สะท้อนมุมมองต่อสังคมในด้านต่างๆ

“ในยุค 90s มีแกลเลอรีเชิงพาณิชย์เยอะมาก แต่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับเรา เราอยากทำงานทางเลือกและงานทดลองด้านศิลปะ ศิลปินหลายคนบอกว่าเราควรมีพื้นที่ทางเลือกที่แอ็กทิฟมากๆ เพื่อเป็นเวทีให้ศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่ทำงานแนว conceptual art หรือศิลปะเชิงทดลอง จึงเกิด Project 304 ขึ้น เราให้ศิลปินรู้จักเขียนโครงการและทางเราช่วยหาทุน ด้านหนังเรามี เจ้ย อภิชาติพงศ์ มาช่วยดูทำให้วงการหนังทดลองและวงการศิลปะใกล้ชิดกันมากขึ้นจนเกิดการจัดเทศกาลภาพยนตร์ทดลอง Bangkok Experimental Film Festival ที่จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน”
ล่าสุดทางองค์กรไม่แสวงผลกำไร Asia Art Archive ได้รวบรวมคลังข้อมูลของ Project 304 ประกอบด้วยเอกสาร ภาพถ่าย ข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการ และคลิปปิงจากหนังสือพิมพ์และวารสารต่างๆ ในรูปแบบออนไลน์ให้ผู้สนใจได้ค้นคว้าหาข้อมูลได้ที่ https://aaa.org.hk/en/collections/search/archive/project-304-archive


กฤติยารับหน้าที่ทั้งเป็นคิวเรเตอร์เดี่ยวและร่วมสำหรับนิทรรศการและเทศกาลศิลปะระดับภูมิภาคและระดับโลกมากมาย เช่น The 55th Oberhausen International Film Festival 2009 ที่ประเทศเยอรมนี และ The 12th Gwangju Biennale 2018 ที่ประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของเทศกาลศิลปะร่วมสมัย Documenta ครั้งที่ 16 ที่จะจัดในปี 2570 ที่ประเทศเยอรมนีในการคัดเลือกผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ซึ่งได้แก่ Naomi Beckwith ส่วนโปรเจกต์ศิลปะสำคัญในปี 2568 ที่กฤติยารับหน้าที่คิวเรเตอร์คือนิทรรศการเปิด Almaty Museum of Arts ที่ประเทศคาซักสถาน และ Cheongju Craft Biennale ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในเดือนกันยายนทั้งคู่ และนิทรรศการฉลอง 50 ปีของพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ในเดือนเมษายน
“นับตั้งแต่นิทรรศการแรกที่ทำหน้าที่คิวเรเตอร์คือนิทรรศการเปิด Project 304 ก็เป็นแนววิพากษ์สังคม โดยส่วนตัวเรามีความสนใจในประเด็นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมชายขอบ ชนกลุ่มน้อย อาณานิคม สงครามเย็น และเรื่องเล่าขนาดย่อมที่เรียกว่า small narrative ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเนื่องจากหลังเรียนจบปริญญาตรีเคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ค่ายผู้อพยพ ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี อยู่ 3 ปี งานส่วนใหญ่ที่เราเป็นคิวเรเตอร์จึงมีแนวคิดในเรื่องนี้อยู่พอสมควรและชื่นชอบการใช้มีเดียหลากหลายที่เป็น multidisciplinary อีกอย่างคือเราโตมากับหนังทำให้ชอบอะไรที่เป็นภาพเคลื่อนไหว หรือ movie image ทำให้ได้ฉายาว่า ‘เจี๊ยบ 100 จอ’ (เจี๊ยบคือชื่อเล่นของกฤติยา) เพราะแต่ละนิทรรศการมักเต็มไปด้วยจอภาพ” เธอกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

ความสนใจในประเด็นดังกล่าวนี้ทำให้กฤติยาศึกษาค้นคว้าสำหรับหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง “อันตรธาน : ปฏิบัติการภัณฑารักษ์เกี่ยวกับเรื่องเล่าขนาดย่อมในอุษาคเนย์” ที่เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2559
“งานที่ทำส่วนมากเป็นแนว conceptual เป็นสายแข็งและท้าทายที่ต้องสื่อสารเรื่องยากให้ชาวบ้านดูรู้เรื่อง งานเราจึงมีรีเสิร์ชเยอะและมีการอธิบายเยอะ เรียกว่ายังมีสปิริตของความเป็น Project 304 อยู่ อะไรที่ทำที่ไหนก็ได้เราไม่ทำ แต่อะไรที่เป็นเรื่องท้าทายเราจะทำ”

กฤติยากล่าวว่าในปัจจุบันอาชีพและบทบาทของคิวเรเตอร์เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดพิพิธภัณฑ์เพิ่มขึ้นในประเทศไทยรวมถึงการเกิดขึ้นของงานเทศกาลศิลปะแบบ Biennale อีกหลายโครงการ ดังนั้นตำแหน่งนี้จึงเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นในวงการศิลปะ สำหรับประเทศไทย ณ ปัจจุบัน มีสถาบันที่เปิดสอนด้านนี้คือ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปฏิบัติการภัณฑารักษ์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กฤติยาเป็นที่ปรึกษาหลักสูตร และหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะสร้างสรรค์และภัณฑารักษ์ศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีโครงการจะจัดทำหลักสูตรด้านนี้เช่นกัน

“ถ้าเปรียบกับวงออร์เคสตรา คิวเรเตอร์ทำหน้าที่เป็นทั้งคอนดักเตอร์และโปรดิวเซอร์ เป็นตัวกลางระหว่างงาน ศิลปิน องค์กร และผู้ชม ดังนั้นต้องมีข้อมูลในหัวเยอะมากไม่ใช่แค่เรื่องว่าศิลปินคนไหนเหมาะกับงาน แต่ต้องรอบรู้ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ปัจจุบัน เท่าทันโลกและการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้ชม ต้องทำรีเสิร์ช คิดคอนเซปต์ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เราทำงานด้วยว่าเขามีมิชชันแบบไหน ต้องทำงานให้ตอบสนองกับพื้นที่และช่วงเวลานั้นๆ และสร้างไดอะล็อกของงานเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ต้องการสื่อสารกับคนดูและสังคมให้ได้ อีกทั้งต้องตระหนักว่าผลงานศิลปะและศิลปินต้องเด่นที่สุด ส่วนคิวเรเตอร์นั้นต้องก้าวถอยมาอยู่ข้างหลัง และสำคัญที่สุดคือต้องรักและเชื่อในพลังของศิลปะ”

สิ่งที่ท้าทายของอาชีพนี้สำหรับกฤติยาคือการทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างยั่งยืน และสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนและอยากทำงานในสายนี้เธอให้คำแนะนำว่า
“อาชีพนี้ต้องเป็นนักแก้ปัญหา ต้องทำงานกับคนเยอะมากเรียกว่าประสาน 10 ทิศ และในการทำงานต้องคิดเผื่อไปถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง เช่น ถ้าไม่มีเงินสนับสนุนจะทำอย่างไร คนที่ไม่มี multitasking skill ที่ทำหลายอย่างได้พร้อมกันและไม่สามารถทำตามเดดไลน์ได้จะทำงานด้านนี้ลำบาก แต่ถ้ามีมายเซตว่าพร้อมรับกับปัญหาต่างๆ งานนี้จะสนุกมาก”
